You are here:-, Trend-อัปเดตพฤติกรรมผู้บริโภคในสื่อดิจิทัลยอดฮิตทั้ง 5 ในไทย เพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2020

อัปเดตพฤติกรรมผู้บริโภคในสื่อดิจิทัลยอดฮิตทั้ง 5 ในไทย เพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2020

ในวันที่ ‘ออนไลน์’ กลายมาเป็นทางเลือกที่มีอิทธิพลสำหรับผู้บริโภคที่เรียกได้ว่ามากกว่าปีก่อนๆ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาก็คือ ‘พฤติกรรมผู้บริโภค’ ฉะนั้นการอัปเดตการเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักการตลาดไปจนถึงนักธุรกิจต้องปรับตัวอยู่ตลอดเพื่อที่จะวางแผนและแนวทางในการพัฒนาองค์กรของตัวเองให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

วันนี้แอดขอนำเสนออัปเดตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในปี 2020 โดยการวิเคราะห์จากมุมมองของแอดที่ได้ศึกษาและติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนๆ ได้รับรู้และนำไปปรับใช้ตามสายงานของตนเองเพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค่าที่เปลี่ยนแปลงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Facebook

1. ความสนใจในคอนเทนต์ที่มีประโยชน์มากขึ้น

ในสภาวะ Covid-19 ที่เกิดขึ้นในรอบหลายสิบปีส่งผลให้ความสนใจของคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มนี้มีความเปลี่ยนแปลงจากที่แต่ก่อนผู้คนต่างเสพคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงเป็นหลักแต่เมื่อตอนนี้เริ่มมีพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ในความสนใจของแต่ละบุคคลมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากสภาวะโรคและปัจจัยอื่นๆ ทางสังคม

2. หันมาเสพคอนเทนต์ใน Group มากขึ้น จากเดิมที่เสพจากเพจเป็นหลัก

เนื่องจากความสนใจของคอนเทนต์ในยุคปัจจุบันเริ่มที่จะมีรูปแบบการคิดการทำที่ชัดเจนในแง่ของคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจ ทำให้คอนเทนต์ความชอบส่วนตัวในเรื่องต่างๆ ถูกนำมาแชร์ลงไปยังกลุ่มปิดที่รวมตัวผู้คนที่มีความชอบเหมือนกันซะมากกว่าฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงของคนทำ Content คือการสร้างคอนเทนต์ไปยังกลุ่มปิดที่มีความชอบตรงกับสิ่งที่จะสื่อที่สามารถสร้างประสิทธิภาพด้านการรับรู้และตัวเลขมากกว่า

3. คนอยากรับชมคอนเทนต์ไลฟ์มากขึ้นจากเดิมที่ดูคอนเทนต์สำเร็จรูปเป็นหลัก

กระแสคอนเทนต์สตรีมเมอร์มีการเติบโตขึ้นอย่างมากในปี 2019 และในปี 2020 นี้ การเติบโตนี้จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับคอนเทนต์ที่เรียลมากขึ้นและมีกระบวนการเผยแพร่ที่มีเวลาชัดเจนให้กับผู้บริโภคได้ติดตามซึ่งมีการให้ความสนใจมากกว่าคอนเทนต์สำเร็จรูปที่เป็นคลิปวิดีโอตัดต่อมากขึ้น


Instagram

1.Stories ส่งผลให้คนใช้ Direct Message มากขึ้น

กระแสความนิยมของ Stories IG กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเนื่องจากเป็นฟังก์ชันที่ตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างดีเยี่ยมในการเผยแพร่ช่วงเวลาของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้ ส่งผลให้เกิดการพูดคุยสนทนาด้วย Dm (Direct Message) มากขึ้นการสนทนาที่เกิดจากกิจกรรมในช่วงเวลาที่สดใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในการพูดคุยในประเด็นต่อๆ ไปอีกด้วย

2.Instagram ยังคงเป็นช่องทางหลักในการหาแรงบันดาลใจเรื่องของแฟชั่น

IG เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงด้านแฟชั่นที่มีอิทธิพลอย่างมากในโลกออนไลน์เหล่าคนดังที่ปลดปล่อยความเป็นตัวเองให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ยังคงสร้างแรงบันดาลในเรื่องของแฟชั่นได้อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะยังคงเป็นส่วนที่ตอบสนองความต้องการด้านนี้ของผู้บริโภคต่อไปอีกด้วย

3.ร้านค้าหันมาใช้ Stories เพื่อแสดงให้เห็นภาพการใช้งานจริงของสินค้ามากขึ้น

เหล่าร้านค้าในวงการแฟชั่นได้เริ่มมีการโฆษณาสินค้าของตัวเองด้วยฟังก์ชัน Stories มากขึ้น เพื่อสร้างความไว้วางใจที่มากขึ้นต่อกลุ่มลูกค้าในการใช้งานอย่างเห็นภาพและสามารถปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย


Twiiter

1.ผู้ใช้งานต้องการรับข่าวสารที่รวดเร็วมากๆ จากรายชั่วโมงเป็นรายนาที

ไม่ว่าจะกระแสสังคมหรือข่าวสารที่รวดเร็ว Twitter ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีความรวดเร็วที่สุด แต่ในปี 2020 จะมีความต้องการที่มากขึ้นของผู้บริโภคทำให้จากที่แต่เดิมผู้บริโภคต้องการข่าวสารเพียง ‘รายวัน’ แต่จากนี้ความสนใจและกระแสที่รวดเร็วจะมีมากขึ้นจนทำให้ความต้องการอาจพุ่งสูงไปถึง ‘รายนาที’ เลยก็เป็นได้เผลอๆ ‘รายวินาที’ เลยด้วยซ้ำ

2.ธุรกิจเริ่มหันมาใช้ Twitter เพื่อโปรโมทสินค้ากับการสร้างกระแสด้วย Hashtag

จากข้อแรกที่ผู้คนมีความต้องการด้านข่าวสารและตามกระแสกันมากขึ้นส่งผลให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในด้านต่างๆ ที่จะเน้นสร้างคอนเทนต์เพื่อให้เกิดกระแสการบอกต่อธุรกิจของตัวเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่งด้วยความเร็วที่มากยิ่งกว่าเดิม

3.Twitter เป็นช่องทางที่คนกล้าแสดงความคิดเห็นประเด็นสุ่มเสี่ยงอย่างไม่เกรงกลัว

สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงข้อนี้คือด้วยการแสดงความคิดใน Account ที่ไม่ได้มีข้อมูลส่วนตัวโดยละเอียดเหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ จึงเป็นเงื่อนไขที่ยุ่งยากในการดำเนินคดีทางกฏหมายแต่แอดว่าพยายามอย่าสุ่มเสี่ยงมากดีกว่านะเพราะถ้าเขาจะตามจริงๆ Account เยอะแต่ไหนก็น่าจะโดน


Youtube

1.คนหันมาเสพคอนเทนต์วิดีโอที่มีความยาวมากๆ มากยิ่งขึ้น

เนื่องด้วยหลายๆ ปัจจัยในสังคมทำให้ผู้คนมีเวลาในการใช้ชีวิตที่บ้านมากขึ้นพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์บน Youtube จึงสามารถใช้เวลาได้มากขึ้นทำให้คอนเทนต์ที่มีความยาวกลับมาเป็นที่น่าสนใจของผู้ใช้อีกครั้งเหมือนในอดีต

2.Trending คอนเทนต์ใน Youtube ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม

ผู้ใช้จะเลือกเสพคอนเทนต์จากช่องที่ตนเองสนใจมากกว่าดูจาก Trending เพราะส่วนใหญ่แล้วเทรนด์ของ youtube จะเป็นบางส่วนจากวิดีโอใหญ่ที่ตัดออกมาหรือเป็นคอนเทนต์เพลงใหม่จากค่ายซะเป็นส่วนใหญ่จึงไม่สามารถเลือกดูคอนเทนต์ที่สนใจได้จริงๆ ผู้ใช้เลยเลือกดูในเรื่องเฉพาะที่ตัวเองสนใจมากกว่า

3.คนมีชื่อเสียงยังคงหันมาสร้างช่อง Youtube ของตัวเองมากขึ้น

การย้ายเข้ามาสู่แพลตฟอร์ม youtube ของคนมีชื่อเสียงเป็นกระแสมาตั้งแต่ปี 2017 และเป็นที่นิยมอย่างมากในปี 2019 จนมาในปี 2020 ก็ยังคงมีการเผยแพร่ตัวตนของพวกเขาอยู่อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้กับคนธรรมดาที่ต้องการเสพคอนเทนต์ในมุมมองปกติของคนดังที่พวกเขาไม่เคยรู้ผ่านจอทีวีอีกด้วย ยกตัวอย่างการเปิดบริษัท ‘โครตคูล’ ของพี่โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ที่เป็นบริษัทในการผลิตรายการออนไลน์เป็นหลัก


TikTok

1.ผู้บริโภคมีพฤติกรรมค้นหาเพลงที่ได้รับชมจากคลิปใน TikTok มากขึ้น

คอนเทนต์วิดีโอสั้นของ TikTok ต้องมีเพลงเป็นส่วนประกอบด้วยเสมอและนั้นเป็นสิ่งที่สร้างความสนใจต่อยอดจากตัวคอนเทนต์ให้ผู้ใช้ไปตามหาเพลงที่ชอบจากคลิปวิดีโอสั้นนั้นๆ อีกด้วย ยกตัวอย่างเพลงที่เป็นกระแสความดังอย่างเพลง WIPWUB-วิบวับ ที่มีการเผยแพร่ผ่านคอนเทนต์ของ TikTok เป็นจำนวนมาก

2.คนยังคงนิยมในการเล่น Challenge อยู่ ไม่ว่าจะเป็นจากแบรนด์ก็ตาม

Challenge  ที่ยังคงสร้างกระแสในสังคมได้เป็นระยะๆ ส่วนใหญ่นั้นยังคงมาจาก TikTok ด้วยรูปแบบคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอสั้นที่เข้าใจง่ายทำให้ผู้ใช้เลือกที่จะใช้แพลตฟอร์มนี้ในการทำ Challenge ร่วมไปถึงตัวแบรนด์เองก็ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการสร้างการรับรู้เช่นกัน เช่น Protex, Dettol ที่มีการทำ Challenge ล้างมือเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์

3.คนใช้งาน TikTok เพื่อความบันเทิงจริงๆ (ไม่ค่อยมีดราม่า)

สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับคอนเทนต์ที่ทุกแพลตฟอร์มก็คือ ‘ดราม่า’ และ TikTok ยังคงมีคอนเทนต์ที่เน้นไปที่ความบันเทิงและมีกระบวนการจัดการต่อคอนเทนต์ที่ล่อแหลมและผิดกฏหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้แทบจะไม่มีคอนเทนต์ที่ก่อ ‘ดราม่า’ ในแพลตฟอร์มนี้


ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบไหนล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอซึ่งมีปัจจัยที่หลากหลายมากจนไม่สามารถควบคุมได้ การปรับตัวของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ประกอบการไปจนถึงตัวผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากเพื่อรู้เท่าทันสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัลนี้

ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงมุมมองการวิเคราะห์ของแอดที่ได้ศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ไปจนถึงประสบการณ์ส่วนตัวแล้วนำเอามาวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผลให้คุณผู้อ่าน หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งในกับคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน

By |2020-03-27T21:16:11+00:00มีนาคม 27th, 2020|Categories: Platform, Trend|Tags: , , , , , |0 Comments

About the Author:

Guntitat Horthong

Leave A Comment